ข้อสังเกตบางประการในการศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ อาตมาและนายภิญโญ พงศ์เจริญ ี่เป็นนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติปัจจุบันและเพื่อนนักโหราศาสตร์อีกคนหนึ่ง ได้มาพบปะพูดคุยกันถึงเรื่องกิจกรรมของสมาคมฯที่ได้หยุดการสอนโหราศาสตร์มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนได้ข้อสรุปว่า จะเริ่มเปิดการสอนโหราศาสตร์กันอีก ต้องขอเล่าให้ทราบก่อนว่า อาตมาเริ่มเข้าวงการมาตั้งแต่สมัยอาจารย์ วรพรรณ เลาหะวิไลย เป็นเหรัญญิกของสมาคมโหรแห่งประเทศไทยสมัยแรก และต่อมาได้มาติดต่ออยู่กับทางสมาคมฯนานาชาติก่อนปี๒๕๒๐ และมาคลุกคลีแบบเป็นประจำทุกวันที่กลุ่มคณะ ๕ วัดราชนัดดาในช่วงหลังจากนั้น ในสมัยที่เจ้าของโรง หนังพาราไดซ์ ไปเปิดสำนักงานพยากรณ์โหรสยามให้แก่อาจารย์สำราญ ตัณฑนุชที่ศรีย่านและอาจารย์เสวก นิ่มวงษ์ ยังสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และเป็นบรรณาธิการหนังสือของสมาคมฯด้วยเหตุนี้ อาตมาจึงได้มีโอกาสพบปะและได้รับความกรุณาจากบรรดาเหล่าโหรอาวุโสทั้งหลายในยุคนั้นหลายสิบคน
เมื่อได้เปิดสอนโหราศาสตร์ที่สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ อาตมาก็รับบรรยายวิชาโหรา ศาสตร์ไทยภาคพยากรณ์จรให้ ในช่วงนี้แหละที่ได้พบปะ พวกที่สนใจโหราศาสตร์จำนวนมากทั้งที่อยู่ต่างจังหวัดเขียนจดหมายมาหรือพวกที่อยู่ไม่ไกลที่เดินทางมาพบ ปัญหาหลักมีคล้ายๆกัน คือ ทั้งไปเรียนบ้าง ไปซื้อตำราโหราศาสตร์
มาหลายหมื่นแล้วบ้าง แต่ปรากฏว่า ๕-๖ ปีเข้าไปแล้ว ยังพยากรณ์ไม่ได้ อยากทราบว่า จะทำอย่างไร ถึงจะพยากรณ์ได้?
คำตอบของอาตมาคือ ตำราคงจะบอกได้เพียงแค่บางส่วนให้รู้ได้ แต่สอนให้เก่งไม่ได้ อาจารย์ อักษร ไพบูลย์ อาจารย์ท่านหนึ่งของอาตมา ท่านบอกว่า “เรียนโหราศาสตร์ไทย ถ้าจับหลักไม่ถูก ต่อให้ใช้เวลาถึง ๓ ชั่วคน ก็ทายไม่ได้” ทำไมอาตมาถึงเห็นด้วยในคำกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะ อาตมาเองเคยสับสนมาเหมือนกัน แล้วบางอย่างที่สำคัญ ก็คือ ไปเชื่อได้อย่างไรว่า หนังสือตำราโหราศาสตร์เล่มนั้น จะเขียนมาถูกต้อง และ เขียนใส่หลักวิชามาครบถ้วน หรือ คุณเข้าใจครบถ้วนแล้วหรืออย่างไร?อย่างบทเรียน บทแรกในทางตำราโหราศาสตร์แบบดั้งเดิมนั้น พวกครูโหรรุ่นเก่า (ก่อนปี ๒๕๑๐) จะสอนให้ย้ำเรียนเรื่อง “ดวง ๔ ชั้น”ของ“ดวงราศี”“ดวงธาตุ”“ดวงโลก”และ“ดวงเกษตร” ที่ต้องเรียนต้องทวนเรื่องนี้อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า ๒ เดือนเข้าไปแล้ว จะถูก“ครู”คอยย้ำเตือนเสมอ จน กระทั่ง ซึมซาบขึ้นใจโดยอัตโนมัติในภายหลัง แต่ในทางตรงกันข้าม สังเกตดูแล้ว บรรดาตำราโหรช่วงหลังปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา มีน้อยเล่ม ที่จะสอนให้สนใจฝึกอ่านดวงพวกนี้ และไม่ได้มีการตีพิมพ์หลักเรื่องนี้เอาไว้ด้วย ดังนั้น แค่นี้ ผู้อ่านหน้าใหม่ ก็ย่อมขาดหลักเบสิกที่จะใช้ในโหราศาสตร์แล้ว
เดี๋ยวนี้ พวกรุ่นใหม่กลับเอาเรื่องดวงแบบ ๔ ชั้นในหนังสือโหราปรัชญามาเปรียบเทียบกับจักรวาฬวิทยา อันนี้แสดงว่าน่าจะไม่ได้เคยศึกษาอ่านตำราโหรเก่าๆเช่นของอาจารย์ทองเจือ อ่างแก้ว, ของคุณหญิงโภชากร(ชิต มิลินทสูต) อะไรพวกนี้ ฯลฯ ในสมัยก่อน ตอนที่เรียนโหราศาสตร์ ครูโหรรุ่นเก่าจึงมักจะพูดกันเสมอว่า ให้อ่านดวงให้ได้ ๓ ชั้นบ้าง ๔ ชั้นบ้าง หรือแบบเต็มที่ไปเลย คือ ๗ ชั้น (เคยเห็นท่านอ่านแค่แบบ ๓ ชั้นเท่านั้น) นี่ครับ คือ การใช้วิชาโหราศาสตร์ของโหรรุ่นเก่า ซึ่งอาตมาอาจจะเป็นผู้เข้าใจผิดพลาดไปก็ได้ แต่หลักข้อนี้อาจารย์ของอาตมาอย่างน้อย ๓ ท่านได้สอนย้ำเตือนมา
ขอให้พวกท่านลองสังเกตการอ่านดวงชะตาของอาจารย์สะพานเดินเรือ ดู ต้องขอประทานโทษที่พาดพิงถึงนะครับ แต่ในตอนบ่ายนี้ ท่านคงมาเล่าถึงเรื่องประสบการณ์ให้ฟัง ไปถามท่านดูนะครับ ท่านอ่านดวงชะตาทั้งจากลัคนาของดวงชะตาและจากจุดตั้งรับอื่นด้วย สิ่งหนึ่งที่มักขาดไม่ได้ ก็คือ การเปรียบเทียบกับดวงพื้นของดวงโลกนี่แหละครับ
Thursday, January 22, 2009
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment